เข้าเว็บ Google แล้วดูแปลกยังไงชอบกล มาดูกันว่าเจ้า Google มันเป็นอะไรไปครับ
posted on 27 Apr 2009 15:18 by powercharge in Knowledgeสวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน ห่างหายไปนาน ไม่ได้มาอัพ Blog เลยครับ
พอดีวันนี้ (27 เมษา) ได้เปิดเข้าเว็บของ Google แล้วพบ ภาพประหลาดๆ
ตอนแรกก็คิดว่า คอมพิวเตอร์รวน หรือมีปัญหารึเปล่า 5 5
แต่พอดูไปดูมา สังเกตเห็นว่ามันคล้ายๆรหัสอะไรบางอย่าง เพื่อนๆคิดว่ายังไงครับ

ใช่แล้วครับเพื่อนๆ จริงๆแล้ว มันคือรหัสมอร์สนั่นเอง แล้วทำไมต้องรหัสมอร์ส ???
...
ก็เพราะว่าวันที่ 27 เมษายน ของทุกปีเป็นวันเกิดของ Samuel Morse (แซมมวล มอร์ส)
นักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์เครื่องโทรเลข โดยชื่อเต็มๆของท่านคือ
Samuel Finley Breeze Morse (แซมมวล ฟินเลย์ บรีส มอร์ส) ยาวจริงๆครับ -*-

โดยผลงานการประดิษฐ์หลักๆคือ การคิดค้นรหัสมอร์ส ซึ่งใช้แทนตัวหนังสือในการส่งโทรเลข
และคิดค้นประดิษฐ์เครื่องส่งโทรเลข ที่เคยใช้กันในอดีตกาลครับ

ประวัติของท่านครับ
และคิดค้นประดิษฐ์เครื่องส่งโทรเลข ที่เคยใช้กันในอดีตกาลครับ

ประวัติของท่านครับ
- เกิดเมื่อวันที่
17 เมษายน ค.ศ. 1791 ในรัฐ Massachusate ประเทศสหรัฐอเมริกา บิดาของเขาชื่อว่า
เจดิเดียทมอร์ส มีอาชีพเป็นนักบวช และนักเขียน มอร์สเข้ารับการศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมี
เจ้าของเป็นหญิงชรานามว่า มาดามแรนท์ ซึ่งเป็นคนเจ้าระเบียบ และชอบลงโทษเด็ก ๆ ด้วยการใช้
ปิ่นปักผมจิ้มตามตัว
ซึ่งมอร์สก็เป็นผู้หนึ่งที่เคยถูกลงโทษ
หลังจากจบการศึกษาขั้นต้นแล้วมอร์ส
ได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ในวิชาศิลปะ มหาวิทยาลัยดังซะด้วย
ซึ่งเป็นวิชาที่เขาชอบมากอีกทั้งเขายังมีพรสวรรค์ในเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก นอกจากวิชาศิลปะแล้วมอร์ส
ได้มีโอกาสเข้าฟังบรรยายเกี่ยวกับวิชาไฟฟ้า เคมี และฟิสิกส์ อย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ทำให้มอร์สมี
ความชำนาญด้านนี้มากนัก ด้วยมอร์สมีความสนใจด้านศิลปะมากกว่า อีกทั้งทางครอบครัวก็ให้การ
สนับสนุนด้านนี้ด้วย ดังนั้นเมื่อมอร์สจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยล ในปี ค.ศ. 1810 เขาได้เดิน
ทางไปยังประเทศอังกฤษเพื่อศึกษาต่อทางด้านศิลปะ ในระหว่างที่มอร์สได้ศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
เขาได้รับอุปการะจากเบนจามิน เวสต์ จิตรกรชาวอเมริกัน ผู้มีชื่อเสียง อาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษแต่ถึง
อย่างนั้นมอร์สก็ได้รับความลำบากเพราะค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นมอร์สจึงต้องทำงานให้กับทางสถาบัน
าชศิลป์อีกทางหนึ่ง เพื่อแลกกับค่าใช้จ่ายในสถาบัน งานที่มอร์สต้องทำก็คือการสเกตช์ภาพ
อนุสาวรีย์แห่งหนึ่งด้วยชอล์กขาวและดำ -*-
-
นอกจากนี้แล้วเขายังได้วาดภาพเพื่อขายสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ต่อมามอร์สได้ปั้นรูป
เฮอร์คิวลิสด้วยดินเหนียวส่งเข้าประกวด ตามคำแนะนำของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งในสถาบันราชศิลป์
ซึ่งมอร์สได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองของสมาคมศิลป์ อเดลฟี มอร์สยังคมทำงานด้านศิลปะต่อไป
ในปี ค.ศ. 1813 ภาพเขียนสีน้ำมันชื่อว่า การตายของเฮอร์คิวลิส (The Dead of Hercules)ได้รับเลือก
ให้เป็น 1 ใน 9 ภาพ ของงานนิทรรศการแสดงภาพของสถาบันราชศิลป์ปัจจุบันภาพนี้ได้แสดงอยู่ใน
พิพิธภัณฑ์ศิลปะของมหาวิทยาลัยเยล และในปี ค.ศ. 1815ภาพเขียนสีน้ำมันของเขาได้ร่วมในงานนี้
อีกครั้งหนึ่ง ภาพนี้มีชื่อว่า การตัดสินใจของจูปีเตอร์(The Decide of Jupiter) หลังจากประสบความ
สำเร็จทางด้านศิลปะในประเทศอังกฤษ มอร์สจึงตัดสินใจเดินทางกลับประเทศสหรัสอเมริกาใน
ปี ค.ศ. 1815
-
เมื่อกลับมาถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเขาได้เปิดร้านจำหน่ายภาพเขียน
(Gallery) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
เท่าไรนัก จากนั้นเขาจึงรับวาดภาพเหมือน ซึ่งทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้นเพราะเขาได้วาดภาพเหมือน
ของบุคคลสำคัญหลายคนแต่ก็ไม่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้น
-
ต่อมาในปี ค.ศ.
1818 มอร์สแต่งงานกับลูกเครียเทีย พิคเคอร์ริ่ง วอคเกอร์ หลังจากแต่งงานแล้วมอร์ส
จำเป็นต้องหารายได้จากงานอื่น เพราะรายได้จากงานวาดภาพเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อค่า
ใช้จ่ายในครอบครัว และเพราะเหตุนี้เขาและภรรยาต้องแยกกันอยู่ชั่วคราว โดยมอร์สได้เดินทางไปทำ
งานที่เมืองนิวยอร์คและได้เข้าทำงานในตำแหน่งนักเขียน และผู้บรรยายวิชาศิลปะในเมืองนิวยอร์ค
ในระหว่างที่ทั้งสองต้องแยกกันอยู่นี้เอง ต่อมาในปี ค.ศ. 1825 ภรรยาของมอร์สเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ
วาย แต่การโทรคมนาคมในสมัยนั้นยังล้าช้า ทำให้กว่าจะทราบข่าวก็ล่วงเลยไปหลายวันแล้ว มอร์สรู้สึก
เสียใจมาก และตั้งใจว่า จะหาวิธีส่งข่าวสารให้ได้รวดเร็วกว่านี้ให้ได้สักวันหนึ่ง
-
หลังจากที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตก็ทำให้มอร์สเศร้าโศกเป็นอย่างมาก
ดังนั้นในปี ค.ศ. 1829 จึงตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศอิตาลี และเดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหนึ่งในปี
ค.ศ.1832
ระหว่างเดินทางกลับจากทวีปยุโรป มอร์ส ได้มีโอกาสรู้จักกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องแม่เหล็กไฟฟ้าหลายท่าน
โดยเฉพาะ ชาร์ล เอฟ. แจ็คสัน (Charles F. Jaxkson) นักเคมีชาวอเมริกัน ได้เป็นผู้ที่คอยตอบปัญหา
เกี่ยวกับไฟฟ้าให้กับผู้สนใจเสมอ ซึ่งมอร์สก็เป็นผู้หนึ่งที่ใช้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และเป็น
ผู้หนึ่งที่นั่งฟังคำบรรยายเกี่ยวกับไฟฟ้าเสมอ นอกจากนี้แจ็คสันยังทำการทดลองอย่างง่ายเกี่ยวกับ
ไฟฟ้าให้กับผู้โดยสารบนเรือได้ชมโดยการใช้แท่งเหล็กพันด้วยลวดทองแดง จากนั้นก็ปล่อยกระแส
ไฟฟ้าเข้าสู่ลวดทองแดง ปรากฏว่าแท่งเหล็กนั้นกลายเป็นแม่เหล็กชั่วคราว โดยดูดตะปูเหล็กขึ้นมา
ได้ แต่เมื่อหยุดปล่อยกระแสไฟฟ้าแท่งเหล็กก็จะกลายเป็นแท่งเหล็กธรรมดาและตะปูก็หลุดร่วมลง
บนพื้น นอกจากนี้ามอร์สได้เข้าร่วมฟังการสนทนาระหว่างนักวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการนำกระแสไฟฟ้า
มาใช้ในการส่งข่าวสารในระยะไหล ดังนั้นมอร์สจึงใช้เวลาที่ อยู่บนเรือร่างต้นแบบเครื่องส่งโทรเลขขึ้น
-
เมื่อมอร์สเดินทางมาถึงกรุงนิวยอร์คเขาเหลือเงินไม่มากนักจึงต้อง
รับจ้างเป็นครูสอนศิลปะตาม
บ้านและเวลาว่างส่วนที่เหลือเขาได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเครื่องโทรเลข ต่อมาในปี ค.ศ. 1835
มอร์สได้เข้าทำงานมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค (New York University) ในตำแหน่งศาสตราจารย์ทางศิลปะ
การทำงานในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มอร์สไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่ได้รับ สิทธิพิเศษในการเรียน
วิชาใดก็ได้ในมหาวิทยาลัยแทน มอร์สเลือกเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งเข้ามีความรู้พื้นฐานมาบ้างแล้ว
- แม้ว่ามอร์สจะมีเวลาน้อยลง
แต่ะเขาก็คงพยายามประดิษฐ์เครื่องส่งโทรเลขต่อไปมอร์สต้อง
ประสบปัญหาหลายประการทั้งเงินทองและเวลา มอร์สใช้เวลาเฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้นในการทำงาน เนื่องจากกลางวันเขาต้องทำงานในมหาวิทยาลัยอีกทั้งมอร์สไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ซื้ออุปกรณ์ทีละ
มาก ๆ ทำให้ต้องซื้อลวดทองแดงได้ทีละน้อย
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการสร้างโทรเลข
แต่ในที่สุดมาร์สก็สามารถสร้างเครื่องส่งโทรเลขได้เป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ. 1837 ซึ่งเขาใช้ระยะเวลา
ถึง 5 ปี แต่การส่งโทรเลขนั้นไม่สามารถส่งเป็นตัวหนังสือได้ดังนั้นมอร์สจึงคิดเป็นรหัสเพื่อให้แทน
ตัวหนังสือ โดยสร้างสวิตช์ไฟอย่างง่ายขึ้นทำจากสปริงทองเหลือง ส่วนปลายมีปุ่มสำหรับกดซึ่งติด
อยู่กับสปริงและแม่เหล็กไฟฟ้าอันเล็ก ๆ เรียกว่า"อาร์เมเจอร์" และเมื่อกดปุ่มก็ทำให้กระแสไฟฟ้าเดิน
ถ้ายกมือออกจากปุ่มกระแสไฟฟ้าก็จะตัดสวิตช์ชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า "สะพานไฟของมอร์ส" ซึ่งมีประโยชน์ในสำหรับส่งกระแสไฟฟ้าออกมาในช่วงสั้น ช่วงยาวซึ่งทำให้เกิดรหัสในการส่งสัญญาณโทรเลข
เรียกว่า "รหัสมอร์ส" โดยกดสั้น เป็นจุด ( . ) และกดยาวเป็นขีด ( _ )

*อันนี้เป็นรูปโทรเลขของ ท่าน Samuel Morse ครับ
- มอร์สได้แสดงการส่งโทรเลขครั้งแรกเมื่อวันที่
2 กันยายน ค.ศ. 1873 ภายในห้องประชุมของทางมหาวิทยาลัยนิวยอร์คโดยมีระยะทางในการส่งครั้งแรกเพียง 1,700 ฟุต แต่ถือว่าประสบความ
สำเร็จเพราะมีผู้คนเข้าชมอย่างมาก อีกทั้งการแสดงครั้งนี้ทำให้มอร์สได้รับการสนุบสนุนเงินทุนใน
การพัฒนางานโทรเลขให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากอัลเฟรด เวลล์ บุตรชายเจ้าของกิจการจำหน่าย
เหล็กและทองเหลืองที่รัฐนิวเจอร์ซี มอร์สได้ปรับปรุงเครื่องโทรเลขให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เขาได้
นำผลงานชิ้นนี้เดินทางไปยังกรุงนิวยอร์ค ในปี ค.ศ. 1838 เพื่อเสนอผลงานของเขาต่อสภาคองเกรส
ซึ่งครั้งนี้มอร์สสามารถส่งโทรเลขได้เป็นระยะทางถึง 10 ไมล์แต่ถึงอย่างนั้น สภาคองเกรสก็ไม่ได้สนับสนุนเรื่องเงินทุนแก่เขา
- มอร์สได้พยายามขออนุมัติเงินทุกจากสภาคองเกรสอีกครั้งหนึ่งในปี
ค.ศ. 1843 ซึ่งครั้งนี้ทาง
สภาคองเกรสได้อนุมัติเงินให้เขาจำนวน 30,000 ดอลลาร์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการวางสายโทรเลข
จากกรุงวอชิงตันไปยังบัลติมอร์ รวมระยะทาง 38 ไมล์ซึ่งการวางสายโทรเลขได้สำเร็จลงในปี ค.ศ.1884
เมื่อวางสายโทรเลขเสร็จเรียบร้อย จึงมีการทดลองส่งโทรเลขเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม
ค.ศ. 1844 ใจความว่า "พระเจ้าทำงานอะไร" ส่วนปลายทางที่บัลติมอร์ตอบกลับมาว่า "เขียนที่สุด
ปลายทาง" ถือว่าการส่งโทรเลขครั้งแรกประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี หลังจากนั้นกิจการโทรเลข
ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งต่อมาก็ได้เผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยด้วย
จากผลงานประดิษฐ์เครื่องโทรเลขทำให้มอร์สเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเขาได้เปิดบริษัทร่วมกับเวลล์
ผู้ซึ่งเคยให้การสนับสนุนเขามาก่อน มอร์สยังได้รับรางวัลจากกลุ่มประเทศยุโรปเป็นเงินถึง 40,000
ฟรังก์ นอกจากนี้เขายังได้รับเชิญจากสมาคมวิทยาศาสตร์ ต่าง ๆ ใช้เข้าร่วมเป็นสมาชิกอีกด้วย
- มอร์สเสียชีวิตวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1872 ที่กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยโรคปอดบวม ก่อนหน้าที่เขาจะเสีย ชีวิต 1 ปี สมาคมโทรเลขแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สร้างอนุเสาวรีย์เป็นเกียรติแก่เขาที่สวนสาธารณะในเมืองนิวยอร์คครับ
สุดท้ายขอบคุณข้อมูลประวัติจากสำนักหอสมุด และสารสนเทศวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีครับ 

- สรุป
ว่ารหัสมอร์สคือการกำหนดรูปแบบของจุดและขีดเพื่อใช้แทนระบบตัวอักษร
เป็นรหัสหรือ Code สากลรูปแรกสุดที่มนุษย์รู้จักและใช้ส่งโทรเลข
นานกว่า 100 ปีก่อนพัฒนาสู่ยุควิทยุสื่อสาร
อันนี้เป็นรหัสมอร์สครับ
หวังว่าเพื่อนๆจะได้ความรู้จากบทความนี้ไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันใหม่นะครับ ^^
.. .-.. ... ...- . -.-- --- ..-
สุดท้ายจริงๆข้างบน แปลว่าอะไรครับ 5 5 5 รู้มั้ยครับ
ปล.คอมเม้นตอบเป็นภาษามอร์สก็ไม่ว่านะ ฮ่าๆ
edit @ 27 Apr 2009 16:13:33 by Powercharge
edit @ 27 Apr 2009 19:16:54 by Powercharge
Tags: google, morse, กูเกิล, รหัสมอร์ส13 Comments
#1 By polopizZ on 2009-04-27 16:07